สธ.สงขลา ย้ำเอชไอวีเอดส์ยังคงอยู่ ขอให้ผู้มีโอกาสเสี่ยงรับการตรวจหาเชื้อ ฯ และไม่เลือกปฎิบัติต่อผู้ติดเชื้อเพื่อให้เข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม

        นายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก กำหนดให้ทุกวันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันเอดส์โลก (World AIDS Day) ซึ่งประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์อย่างมุ่งมั่นที่จะยุติปัญหาเอดส์ ภายในปี 2573 โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการคือ 1) ลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ให้เหลือปีละไม่เกิน 1,000 ราย 2) ลดการเสียชีวิตในผู้ติดเชื้อเอชไอวีเหลือปีละไม่เกิน 4,000 ราย 3) ลดการรังเกียจและการเลือกปฏิบัติอันเนื่องจากเอชไอวี  และเพศสภาพลงเหลือไม่เกินร้อยละ 10 ในโอกาสวันเอดส์โลกปี 2565 กระทรวงสาธารณสุขกำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์ ภายใต้แนวคิด “Equalize ทำให้เท่าเทียม” และติดโบว์แดงเพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์ถึงการสนับสนุนร่วมใจกันของภาคีเครือข่าย ที่จะช่วยสนับสนุนและขับเคลื่อน “Equalize ทำให้เท่าเทียม” โดยไม่ตีตรา และเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ เพื่อให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ ได้รับบริการที่ทั่วถึง เท่าเทียม ครอบคลุมและเหมาะสม และกระตุ้นเตือนให้ทุกคนมีสิทธิ์ในการเข้าถึงบริการ ป้องกันการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี และบริการรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างเท่าเทียมจนสามารถกดไวรัสได้สำเร็จ ดังนั้นทุกบริการที่เกี่ยวเนื่องกับเอชไอวี/เอดส์ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงและการใช้ถุงยางอนามัยในการป้องกันไม่ใช่เรื่องผิดปกติในสังคม การกล้าที่จะตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี รวมไปถึงการเข้ารับบริการ ดูแลรักษาเป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีสิทธิ เสรีภาพในการดำรงชีวิต ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมและดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

         สำหรับ การทำให้เกิดความเท่าเทียมต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งระดับชุมชน สังคมและนโยบายระดับประเทศ โดยการไม่ตีตราและเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีสร้างค่านิยม “เอดส์เป็นเรื่องปกติ การใช้ถุงยางอนามัยเป็นเรื่องปกติ ตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีเป็นเรื่องปกติ การเข้าถึงบริการป้องกันและรักษาเป็นเรื่องปกติ” ซึ่งนำไปสู่การยุติปัญหาเอดส์ของประเทศไทยภายในปี 2573

         สำหรับสถานการณ์โรคเอดส์ประเทศไทยจากการคาดประมาณพบว่าปี 2564 คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ประมาณ 6,500 คน/ปี (เฉลี่ยน 18 คน/วัน) ผู้เสียชีวิตเนื่องจากเอดส์ 9,300 ราย/ปี (เฉลี่ย 26 ราย/วัน) และมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 520,000 คน โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ร้อยละ 97 เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน ส่วนจังหวัดสงขลาจากสถานการณ์เอดส์ ณ วันที่ 31 ตค 2565 มีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ จำนวน 13,838 ราย รายงานผู้เสียชีวิตจำนวน 3,665 ราย ผู้ป่วยเอดส์ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยทำงานอายุระหว่าง 25-49 ปี อำเภอที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ หาดใหญ่ รองลงมาคือ เมืองสงขลา และสะเดาตามลำดับ โดยสาเหตุการติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน (ร้อยละ 98.50)

         นายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ขอเชิญชวนประชาชนที่ประเมินตนเองว่ามีโอกาสเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวีเข้ารับการให้คำปรึกษา และตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง หากรู้ว่าติดเชื้อเอชไอวีจะได้เข้ารับการรักษาทันที ทำให้วางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างรวดเร็ว และส่งผลให้เกิดการป้องกัน ไม่ส่งต่อเชื้อเอชไอวีไปยังคู่ของตน ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเอชไอวีสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ โดยควรดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้สงบ ผ่อนคลาย ฝึกสมาธิ ไม่เครียด หากมีเพศสัมพันธ์ควรป้องกันโดยการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง การมีเพศสัมพันธ์หรือผู้หญิงที่รู้สถานะว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวี หากมีการตั้งครรภ์ให้รีบไปฝากครรภ์ทันที ปัจจุบันมีการใช้ยาต้านไวรัสที่ลดโอกาสการแพร่กระจายเชื้อเอชไอวีจากมารดาสู่ทารก โอกาสที่ทารกคลอดออกมาติดเชื้อเป็นศูนย์ได้ ปัจจุบันโรคเอดส์ยังไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงแค่ควบคุมอาการและรักษาแบบประคับประคองอาการเท่านั้น ทั้งนี้ หากสงสัยหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงสามารถขอคำปรึกษาปัญหาเอดส์ฟรีที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง หรือสายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม โทร1663

                                                                                                                                                      ***ฝ่ายสุขศึกษาและสื่อสารองค์กร/สสจ.สงขลา***

ลำดับ ชื่อไฟล์ ขนาดไฟล์ ดาวน์โหลด
แชร์
ข่าวประชาสัมพันธ์
หน้า 1 / 171