สธ.สงขลา เตือนบุหรี่ไฟฟ้า มีสารอันตรายต่อสุขภาพ และทำให้ผู้ที่ลองสูบมีโอกาสติดบุหรี่ได้

         สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา เตือนว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารอันตรายต่อสุขภาพหลายชนิด หากสูบบุหรี่ต่อเนื่อง  จะส่งผลกระทบต่อหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ และระบบประสาททั้งต่อผู้สูบเองและบุคคลรอบข้าง

        นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา ได้กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้วันที่  28 พฤษภาคม ของทุกปีเป็น “ วันสุขบัญญัติแห่งชาติ ” โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน และประชาชน  มีการปฏิบัติตามสุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ ในการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและภัยสุขภาพ ในปี 2566 ได้กำหนดประเด็นการสื่อสารรณรงค์ภายใต้แนวคิด “ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ไม่สูบ ไม่เสี่ยง ” เพราะบุหรี่เป็นสิ่งเสพติด  ด่านแรกที่นำสู่การเสพติดที่ร้ายแรงชนิดอื่น ๆ ได้ สอดคล้องกับการปลูกฝังสุขบัญญัติแห่งชาติข้อที่ 5 งดบุหรี่ สุรา สารเสพติด การพนันและการสำส่อนทางเพศ ดังนั้น เพื่อร่วมปกป้องดูแลเด็ก เยาวชน และประชาชนให้ปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า จึงควรร่วมรณรงค์ให้ทุกคนทราบถึงอันตรายและผลกระทบของบุหรี่ต่อสุขภาพ รวมทั้งร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยจากควันบุหรี่

       สำหรับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้านั้น ข้อมูลจากรายงานวิจัยของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (กรมควบคุมโรค) ระบุว่าละอองไอของบุหรี่ไฟฟ้ามีสารเคมีที่อันตรายหลายชนิด ได้แก่ นิโคติน โพรพิลีน ไกลคอล สารแต่งกลิ่น สารก่อมะเร็ง โลหะหนัก เช่น อะลูมิเนียม ตะกั่ว ปรอท สังกะสี คาร์บอนิล (Carbonyls) อิพอกไซด์ (Epoxides) โพลิไซคลิกอะโรมาติกไฮดรอกซีคาร์บอน (Policyclic aromatichydroxycarbons : PAHs) รวมถึงยาฆ่าแมลงและสารเคมีอื่น ๆ ดังนั้น ผู้สูบรวมถึงคนรอบข้างที่ได้สัมผัสหรือสูดดมละอองไอจากบุหรี่ไฟฟ้า จึงมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น เสี่ยงต่อการเกิดโรคเหงือกอักเสบ โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาทส่วนกลาง ดวงตา และผิวหนัง เป็นต้น

        สำหรับสารนิโคตินที่มีอยู่ในบุหรี่ไฟฟ้าในปริมาณที่สูง หรือแม้แต่ในบุหรี่มวนทั่วไปนั้น ฝ่ายธุรกิจพยายามบิดเบือนว่าไม่ได้เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคจากการสูบบุหรี่ แต่ความเป็นจริงแล้วในทางการแพทย์ชี้ชัดว่าสารนิโคตินที่มีอยู่ในบุหรี่ไฟฟ้าในปริมาณที่สูงนั้น ส่งผลเสียโดยตรงต่อสมองและระบบประสาท และเมื่อเกิดการเสพติดสารนิโคตินแล้ว ร่างกายจะต้องการสารนิโคตินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าต้องเพิ่มปริมาณหยดน้ำยานิโคตินเพิ่มขึ้นตามความต้องการที่สมองสั่งการ จนเกิดผลเสียต่อระบบอวัยวะในร่างกายหลายระบบ เช่น ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น อัตราการเต้นหัวใจเพิ่มขึ้น หายใจถี่ขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอลงเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญยังทำให้เซลล์ในร่างกายเจริญผิดปกติ จนกลายเป็นโรคมะเร็งในที่สุด

       นพ.สงกรานต์ ไหมชุม ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากบุหรี่ไฟฟ้าจะมีอันตรายต่อร่างกายแล้ว บุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นสิ่งเย้ายวนที่จะทำให้เยาวชนที่หันมาลองสูบ และส่วนใหญ่เมื่อลองสูบแล้วจะติดบุหรี่ไปตลอดชีวิต หากผู้ติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ต้องการเลิกบุหรี่ สามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่โรงพยาบาล หรือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)  ใกล้บ้าน หรือสอบถามและขอคำปรึกษาเพื่อเลิกบุหรี่ โทรฟรี โทร.1600 และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค 02-590-3850 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

                                                                                                                                                             ***ฝ่ายสุขศึกษาและสื่อสารองค์กร/สสจ.สงขลา***

ลำดับ ชื่อไฟล์ ขนาดไฟล์ ดาวน์โหลด
แชร์
ข่าวประชาสัมพันธ์
หน้า 1 / 352